ทำไม "ความอ้วน" ถึงทำให้ปวดเท้ามากกว่าคนอื่น? เมื่อน้ำตาลและน้ำหนักกลายเป็นศัตรูของฝ่าเท้า
ทำไม "ความอ้วน" ถึงทำให้ปวดเท้ามากกว่าคนอื่น? เมื่อน้ำตาลและน้ำหนักกลายเป็นศัตรูของฝ่าเท้า
"หมอครับ ผมตั้งใจจะเดินลดน้ำหนัก แต่เดินได้แค่ไม่กี่วันก็ปวดฝ่าเท้าจี๊ดจนต้องหยุด สรุปผมควรจะลดน้ำหนักก่อน หรือเดินต่อให้หายปวดดีครับ?"
นี่คือคำถามสุดคลาสสิกจาก “คุณบิ๊ก” (นามสมมติ) ชายหนุ่มร่างท้วมวัย 35 ปี ที่มาหาผมด้วยอาการปวดส้นเท้าอย่างรุนแรง คุณบิ๊กติดอยู่ใน "วงจรความปวด" ครับ คืออยากออกกำลังกายเพื่อลดพุง แต่เท้าเจ้ากรรมดันมารับน้ำหนักไม่ไหวจนอักเสบเสียก่อน
วันนี้ผมจะมาชำแหละความลับให้ฟังครับว่า ทำไมคนที่มีน้ำหนักตัวเกิน หรือ "คนอ้วน" ถึงต้องเผชิญกับอาการปวดเท้ามากกว่าคนทั่วไป และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเพียง 1 กิโลกรัม ส่งผลต่อเท้าของคุณมหาศาลขนาดไหน
แรงกระแทกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง (Pathogenesis)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองนึกภาพว่าเท้าของเราคือ "โช้คอัพ" ของรถยนต์ครับ
- น้ำหนัก 1:3: ในขณะที่เราเดินปกติ เท้าข้างเดียวจะต้องรับแรงกระแทกเป็น 3 เท่าของน้ำหนักตัว! ถ้าคุณบิ๊กหนัก 100 กิโลกรัม ทุกครั้งที่ก้าวเดิน เท้าข้างนั้นต้องรับแรงถึง 300 กิโลกรัมครับ
- พังผืดถูกยืดจนล้า: เมื่อน้ำหนักตัวเยอะ อุ้งเท้าจะถูกกดให้แบนลง (Flat foot) ส่งผลให้ "พังผืดใต้ฝ่าเท้า" ถูกดึงให้ตึงตลอดเวลาเหมือนหนังสติ๊กที่ถูกยืดจนเกือบขาด รอยฉีกขาดเล็ก ๆ จึงเกิดขึ้นง่ายกว่าคนน้ำหนักปกติ
- ไขมันส้นเท้าฝ่อเร็ว: คนอ้วนจะมีแรงกดที่ส้นเท้าสูงมาก จนชั้นไขมันที่เป็น "แผ่นรองส้นเท้าธรรมชาติ" เริ่มบางและฝ่อตัวลง ทำให้กระดูกส้นเท้ากระแทกกับพื้นเกือบจะโดยตรงครับ
3 โรคยอดฮิต... ที่คนอ้วนต้องเจอ
- โรครองช้ำ (Plantar Fasciitis): เป็นเบอร์หนึ่งเลยครับ ปวดจี๊ดก้าวแรกหลังตื่นนอน เพราะพังผืดใต้เท้าต้องรับภาระหนักเกินกำลัง
- เอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles Tendonitis): น้ำหนักตัวมหาศาลทำให้กล้ามเนื้อน่องต้องทำงานหนัก ส่งผลให้เอ็นร้อยหวายตึงและอักเสบได้ง่าย
- เท้าแบนภายหลัง (Acquired Flatfoot): แรงกดที่ต่อเนื่องทำให้เอ็นที่พยุงอุ้งเท้า (Posterior Tibial Tendon) ค่อย ๆ ยืดและพังลง จนเท้าที่เคยมีอุ้งกลายเป็นเท้าแบนเป็ดครับ
การตรวจประเมิน... ดูให้ลึกถึงแรงกด (Investigation)
เมื่อคุณบิ๊กมาหาผม เราจะตรวจกันให้เห็นชัด ๆ ครับ:
- การวัดแรงกดใต้ฝ่าเท้า (Pedobarography): หมอจะให้เดินบนแผ่นรับสัญญาณคอมพิวเตอร์ เพื่อดูว่าน้ำหนักของคุณลงที่จุดไหนมากผิดปกติ ซึ่งมักจะเห็นสีแดงเข้มที่ส้นเท้าและจมูกเท้าในคนอ้วน
- อัลตราซาวด์ (Ultrasound): ดูความหนาของพังผืดใต้เท้า หากหนาเกิน 4 มิลลิเมตร แสดงว่ามีการอักเสบเรื้อรังชัดเจน
- เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่าแรงกดที่มากเกินไป ทำให้เกิด "กระดูกงอก" ที่ส้นเท้า หรือมีภาวะข้อเท้าเสื่อมก่อนวัยหรือไม่
ทางออกสำหรับคนอ้วนที่อยากหายปวดเท้า
- ลดแรงกระแทกทันที: เปลี่ยนจากการเดินหรือวิ่ง เป็นการว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยานแทนในช่วงที่ยังปวด เพื่อให้เท้าได้พักแต่ร่างกายยังได้เผาผลาญ
- แผ่นรองเท้าสั่งตัด (Custom Orthotics): ในคนอ้วน แผ่นรองเท้าทั่วไปอาจเอาไม่อยู่ครับ การตัดแผ่นพยุงอุ้งเท้าที่รับกับน้ำหนักตัวจะช่วยกระจายแรงไม่ให้ลงที่ส้นเท้าจุดเดียว
- การทำ Shockwave Therapy: ใช้คลื่นกระแทกกระตุ้นการซ่อมแซมพังผืด วิธีนี้ได้ผลดีมากในคนน้ำหนักเยอะที่การอักเสบมักจะฝังลึก
- ปรับประจุอาหาร: เลี่ยงอาหารที่กระตุ้นการอักเสบ เช่น น้ำตาลและไขมันทรานส์ เพราะในคนอ้วนจะมี "สารก่ออักเสบ" ในร่างกายสูงกว่าปกติอยู่แล้วครับ
พยากรณ์โรค: ลดน้ำหนัก 5% หายปวดไปครึ่งหนึ่ง!
ข่าวดีคือ "เท้าของคุณมีความจำดีมาก" ครับ
- งานวิจัยยืนยันว่า หากลดน้ำหนักตัวลงได้เพียง 5-10% อาการปวดเท้าจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะแรงดึงรั้งที่พังผืดจะคลายตัวลง
- หากไม่ลดน้ำหนักและฝืนใช้งานต่อ อาการปวดจะลามไปที่ "เข่า" และ "หลัง" กลายเป็นปัญหาเรื้อรังทั้งตัวครับ
สรุป
คนอ้วนปวดเท้ามากกว่าเพราะร่างกายต้องแบกรับ "ดอกเบี้ย" ของน้ำหนักตัวที่มหาศาลในทุกย่างก้าวครับ การรักษาไม่ได้จบแค่การกินยาแก้ปวด แต่คือการช่วยให้เท้าได้รับภาระที่น้อยลงผ่านมาทางรองเท้าที่ดี การทำกายภาพ และการควบคุมน้ำหนักครับ
"ลดน้ำหนักเพื่อเท้า และดูแลเท้าเพื่อให้ลดน้ำหนักได้สำเร็จครับ"
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญดูกระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#คนอ้วนปวดเท้า #น้ำหนักตัวเกิน #รองช้ำ #เท้าแบน #ปวดส้นเท้า #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ #Shockwave #กายภาพบำบัด
References
- Frey S, et al. (2003). The relationship between body mass index and foot disorders. (การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีมวลกายกับความผิดปกติของเท้า)
- Butterworth PA, et al. (2012). The association between body mass index and musculoskeletal foot disorders: a systematic review. (การทบทวนงานวิจัยที่ยืนยันว่าคนอ้วนเสี่ยงต่อโรครองช้ำและเท้าแบนมากกว่า)
- Walsh HP, et al. (2015). Body mass index and plantar fascia thickness: a cross-sectional study. (ความสัมพันธ์ของน้ำหนักตัวกับความหนาของพังผืดใต้เท้าที่นำไปสู่อาการปวด)
- National Institute of Health (NIH) (2021). Managing Obesity in Patients with Musculoskeletal Pain. (แนวทางการจัดการความอ้วนในผู้ป่วยที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก)
- Riddle DL, et al. (2003). Risk factors for Plantar Fasciitis: a matched case-control study. (น้ำหนักตัวเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของโรครองช้ำ)
Comments
Post a Comment