เจ็บฝ่าเท้าเหมือนเหยียบก้อนหินตลอดเวลา... ก้อนเนื้อหลอดเลือดที่เท้า เรื่องใกล้ตัวที่ไม่อยากให้มองข้าม"

 



เจ็บฝ่าเท้าเหมือนเหยียบก้อนหินตลอดเวลา... ก้อนเนื้อหลอดเลือดที่เท้า เรื่องใกล้ตัวที่ไม่อยากให้มองข้าม"

สวัสดีครับ หมอเชื่อว่าหลายคนคงเคยมีอาการปวดฝ่าเท้า บางคนคิดว่าเป็นแค่รองช้ำหรือเดินเยอะไปหน่อย แต่สำหรับบางท่าน อาการปวดนั้นมาพร้อมกับความรู้สึกเหมือนมี "ก้อน" อะไรบางอย่างนูนขึ้นมาใต้ฝ่าเท้า ยิ่งเดินยิ่งรำคาญ ยิ่งกดก็ยิ่งเจ็บ จนทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเสียสมดุลไปหมดเลยครับ

ลองมาฟังเรื่องของ คุณน้าสมศรี (นามสมมติ) อายุ 53 ปีกันดูครับ คุณน้ามาหาหมอด้วยอาการปวดที่ฝ่าเท้าซ้ายมานานหลายเดือน เธอเล่าว่าตอนเช้าตื่นมาเดินก้าวแรกไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่พอเริ่มเดินไปตลาดหรือยืนทำกับข้าวนาน ๆ จะเริ่มรู้สึกเจ็บแปล๊บ ๆ เหมือนมีก้อนนูนออกมาตรงกลางฝ่าเท้า พอเอามือไปคลำดูก็รู้สึกว่ามันนิ่ม ๆ แต่พอกดลงไปจะเจ็บตื้อ ๆ จนคุณน้ากังวลว่าจะเป็นเนื้อร้ายหรือเปล่า


ก้อนที่ฝ่าเท้า... ไม่ใช่แค่เรื่องนวดก็หาย

กลไกของโรคที่คุณน้าสมศรีเป็นนั้น ทางการแพทย์เรียกว่า ก้อนเนื้อจากหลอดเลือด (Hemangioma) ครับ หมออยากให้ลองนึกภาพตามง่าย ๆ ว่า ปกติหลอดเลือดของเราเหมือนท่อน้ำที่เรียบเนียน แต่บางครั้งกลุ่มหลอดเลือดเหล่านี้เกิดการขยายตัวผิดปกติและมารวมกลุ่มกันจนกลายเป็น "กระจุก" หรือก้อนเนื้อนุ่ม ๆ ขึ้นมา

เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนที่สุดคือ เหมือนเรามี "ฟองน้ำที่มีเลือดอยู่ข้างใน" ฝังตัวอยู่ใต้ชั้นผิวหนังหรือกล้ามเนื้อฝ่าเท้าครับ เมื่อเรายืนหรือเดิน น้ำหนักตัวทั้งหมดจะกดลงไปที่ฟองน้ำก้อนนี้ ทำให้หลอดเลือดข้างในถูกบีบและส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปที่เส้นประสาทรอบ ๆ นั่นเองครับ

ทำความรู้จักกับ "ก้อนเนื้อหลอดเลือดที่เท้า" (Hemangioma at Foot)

โรคนี้คือการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของหลอดเลือดจนกลายเป็นก้อน ซึ่งส่วนใหญ่ "ไม่ใช่เนื้อร้าย" (Non-cancerous) ครับ โดยมักจะพบที่ชั้นใต้ผิวหนังหรือลึกลงไปในชั้นกล้ามเนื้อฝ่าเท้า (Plantar aspect)

  • สาเหตุ: ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด บางครั้งอาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

  • การเกิดโรค: กระจุกหลอดเลือดจะค่อย ๆ โตขึ้นอย่างช้า ๆ เมื่ออยู่ในตำแหน่งที่ต้องรับน้ำหนักอย่างฝ่าเท้า จึงกระตุ้นให้เกิดอาการปวดได้ง่าย

  • อาการ: คลำได้ก้อนนุ่ม ๆ สีผิวหนังบริเวณนั้นอาจจะดูเข้มขึ้นหรือมีสีม่วงคล้ำเล็กน้อย อาการปวดจะมากขึ้นเมื่อมีการใช้งานหนักหรือใส่รองเท้าที่บีบเกินไป

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง

  1. ประวัติครอบครัว: หากคนในครอบครัวเคยมีประวัติก้อนเนื้อหลอดเลือด อาจมีโอกาสพบได้มากขึ้น

  2. อายุ: มักพบในช่วงวัยทำงานจนถึงวัยกลางคน (40-60 ปี)

  3. แรงกระแทกซ้ำ ๆ: การเดินหรือยืนบนพื้นแข็งเป็นเวลานานอาจทำให้อาการปวดชัดเจนขึ้น

  4. การใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม: รองเท้าที่พื้นบางเกินไปหรือไม่มีตัวรองรับแรงกระแทก

  5. ภาวะสุขภาพอื่น ๆ: เช่น โรคที่เกี่ยวกับระบบไหลเวียนเลือด


หมอจะตรวจวินิจฉัยอย่างไรบ้าง?

เมื่อมาพบหมอ ขั้นตอนแรกคือ การตรวจร่างกาย ครับ หมอจะคลำลักษณะก้อน ดูความยืดหยุ่น และเช็คดูว่าก้อนนั้นมีความร้อนหรือมีการเต้นตามจังหวะชีพจรหรือไม่ หลังจากนั้นอาจมีการตรวจเพิ่มเติมดังนี้ครับ:

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เพื่อดูว่าข้างในก้อนนั้นเป็นถุงน้ำ หรือเป็นกลุ่มหลอดเลือด และดูขอบเขตของก้อนเบื้องต้น

  • MRI: วิธีนี้แม่นยำที่สุดครับ เพราะจะเห็นได้ชัดเลยว่าก้อนนี้ไปเบียดเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อมัดไหนบ้าง ช่วยในการวางแผนรักษาได้ดีมาก

  • การตรวจเอกซเรย์: เพื่อดูว่าก้อนเนื้อนี้ไปส่งผลกระทบต่อกระดูกเท้าหรือไม่


แนวทางการรักษา: ไม่ต้องตกใจ... ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด

หมออยากให้คนไข้สบายใจก่อนครับว่า ก้อนเนื้อชนิดนี้หากไม่มีอาการรุนแรง เรามีวิธีดูแลที่ค่อยเป็นค่อยไปครับ

  1. การปรับพฤติกรรม: เลือกสวมรองเท้าที่มีแผ่นรองฝ่าเท้า (Insole) นุ่ม ๆ เพื่อลดแรงกดทับโดยตรงที่ตัวก้อน หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนพื้นปูนหรือพื้นกระเบื้อง

  2. กายภาพบำบัด: การยืดกล้ามเนื้อฝ่าเท้าและเอ็นร้อยหวาย เพื่อให้เนื้อเยื่อรอบ ๆ ก้อนมีความยืดหยุ่น ลดการดึงรั้ง

  3. การใช้ยา: หากมีอาการอักเสบหรือปวด หมออาจพิจารณาจ่ายยากลุ่มลดการอักเสบชั่วคราว

  4. การฉีดยา: ในบางกรณีอาจมีการใช้เข็มขนาดเล็กฉีดสารบางชนิดเข้าไปเพื่อให้ก้อนยุบตัวลง โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อความแม่นยำ

  5. การผ่าตัด: หมอจะพิจารณาก็ต่อเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นรวดเร็ว ปวดรุนแรงจนเดินไม่ได้ หรือไปกดทับเส้นประสาทจนชามือชาเท้าอย่างต่อเนื่องครับ


คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Q: ก้อนเนื้อหลอดเลือดนี้จะกลายเป็นมะเร็งไหม? A: โอกาสน้อยมาก ๆ ครับ ส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกธรรมดาของหลอดเลือดที่โตช้า แต่ควรสังเกตว่าถ้าก้อนโตเร็วผิดปกติหรือแข็งขึ้น ควรมาพบหมอทันทีครับ

Q: ถ้าไม่ผ่าตัด ก้อนจะหายไปเองไหม? A: โดยปกติก้อนมักไม่หายไปเอง แต่อาจจะเล็กลงหรือนิ่มลงได้หากเราลดแรงกดทับและการอักเสบครับ

Q: นวดฝ่าเท้าได้ไหมถ้ามีก้อนนี้? A: หมอแนะนำให้เลี่ยงการนวดแรง ๆ บริเวณก้อนครับ เพราะการบีบเค้นอาจทำให้หลอดเลือดข้างในแตกหรืออักเสบมากขึ้นได้


สรุปประเด็นสำคัญ

  • ก้อนเนื้อหลอดเลือดที่เท้าส่วนใหญ่ไม่ใช่เนื้อร้าย แต่ทำให้เกิดอาการปวดจากการถูกกดทับ

  • การเลือกใส่รองเท้าที่นุ่มและซัพพอร์ตเท้าเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลตัวเอง

  • การตรวจด้วย MRI ช่วยให้เห็นขอบเขตของก้อนและวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง

  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบประคับประคองและปรับพฤติกรรม

  • หากพบก้อนโตเร็ว เจ็บมาก หรือสีเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดฝ่าเท้า #ก้อนเนื้อหลอดเลือด #เจ็บเท้า #ก้อนที่เท้า #หาหมอกระดูก #รองช้ำ #ปวดเท้า #กระดูกและข้อ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #สุขภาพเท้า #FootPain #Hemangioma #PlantarMass #Orthopedics #FootHealth


References

  1. Richter GT, Friedman AB. Hemangiomas and vascular malformations: current theory and management. Nat Rev Neurol. 2012;8(5):290-304. (อธิบายทฤษฎีและการจัดการก้อนเนื้อหลอดเลือดในปัจจุบัน ช่วยให้เข้าใจธรรมชาติของโรคได้ชัดเจนขึ้น)

  2. Toffoli AM, Chiodo CP. Common soft tissue masses of the foot and ankle. Foot Ankle Clin. 2014;19(3):437-459. (รวบรวมก้อนเนื้อเนื้อเยื่ออ่อนที่พบบ่อยบริเวณเท้าและข้อเท้า ช่วยในการแยกแยะโรค)

  3. Wu JS, Hochman MG. Soft-tissue tumors of the foot and ankle: examining the masses. Radiographics. 2009;29(7):2023-2038. (เน้นเรื่องการใช้ภาพวินิจฉัย เช่น MRI ในการตรวจหาก้อนเนื้อบริเวณเท้าอย่างละเอียด)

  4. Murphey MD, Fairbairn KJ, Parman LM, et al. From the archives of the AFIP: Musculoskeletal angiomatous lesions: radiologic-pathologic correlation. Radiographics. 1995;15(4):893-917. (วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างผลภาพถ่ายทางรังสีและลักษณะของโรคหลอดเลือดในระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ)

  5. Enjolras O, Mulliken JB. Vascular malformations. In: Principles and Practice of Pediatric Neurosurgery. 3rd ed. 2014. (ให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับความผิดปกติของหลอดเลือดที่ครอบคลุมการวินิจฉัยเบื้องต้น)

Comments

Popular posts from this blog

ปวดหลังเท้าจนก้าวไม่ออก... ระวัง "เส้นประสาทข้างเท้า" อักเสบจากการนวดแรงเกินไป

ยืนทั้งวันจนเท้าพัง! อาชีพ "ขาลาก" กับความลับของความปวดที่คนทำงานต้องรู้